kanokrat

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ข้อดีของความทุกข์



ฉันอยากมีความสุขๆๆ


ป่าวประกาศเรียกหาความสุขอยู่นั่น แล้วมันมีขาหรือค่ะ ถึงจะเดินมาหาคุณได้ ถ้าทุกวันนี้คลุกคลีอยู่กับความทุกข์นัก ทำไมไม่รักมันซะเลยล่ะ เรื่องง่ายๆที่ทำได้ทุกวัน เพราะเพียงแค่เราเปลี่ยนความคิดซะ ก็เสมือนเปลี่ยนโลกทั้งใบจากขุ่นมัวให้ขาวใสขึ้นมาทันตา “ความคิดเปลี่ยนโลกได้จริงๆ” ฉะนั้นลงมือปรับคิดแล้วอินเลิฟกับความทุกข์ เพื่อความอยู่รอดกันเถอะค่ะ


Case1: ทุกข์กับความรัก
“ที่ใดมีรักทีนั่นมีทุกข์” ความจริงข้อนี้จะว่าจริงก็จริง จะว่าหลอกก็หลอก เพราะความทุกข์ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดแต่กับคนที่มีความรัก ฉะนั้นหากคุณเริ่มรู้สึกว่ารักครั้งนี้กับคนๆนี้มันทุกข์เหลือเกิน เขาไม่ใส่ใจ เฉยชา บ้าระห่ำ จำอะไรไม่เคยได้ ไร้รสนิยม จนรักขมเกินรับได้ก็ให้ใช้ “สติ” ไตร่ตรองดูว่าสิ่งที่คุณพร่ำบ่นมาทั้งหมดมันคือความจริงหรือเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ถ้าคิดได้ว่าเป็นความจริงก็ถอยห่าง แล้วบินถลาไปหาคนใหม่ที่ดีกว่าไอ้คนนี้ และคิดเสียว่าที่ผ่านมามันคือ “โชค” ที่ทำให้คุณรู้ว่า “ชีวิตนี้จริงๆแล้วคุณต้องการคนแบบไหน” หน้าตาไม่ดีแต่อารมณ์ขัน หรือหล่อเริ่ดแต่ไร้กึ๋น คิดดูสิว่าถ้าคุณไม่เคยผิดหวังกับใครหรือได้เจอประสบการณ์ร้ายๆกับใคร คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า “ไอ้แบบนี้แหละที่ฉันยี้!!!!” เท่านี้ทุกข์ไหนจะมากันค่ะ ในเมื่อเราทำในสิ่งที่ควรและเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่ดีแล้ว ต่อไปก็เปิด
ใจค้นคว้าหารักและหาคนที่ใช่สำหรับชีวิตคุณดีกว่า หยุดร้องไห้นะคะ

Case2: ทุกข์ของคนโสด
คนโสดก็มีทุกข์ไม่แพ้คนมีความรักเลยให้ตายเถอะ เพราะคนพวกนี้มีภูมิต้านทาน “ความเหงา” ไม่เพียงพอค่ะ แต่เราอยากให้คุณลองคิดดูว่า “ความเหงาไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน” เพราะมันช่วยทำให้เราเข้าใจการเกิดมาและความเป็นไปของมนุษย์ค่ะ คนเราเกิดมาคนเดียวแล้วทำไมจะต้องไขว่คว้าหาใครโดยคิดเอาเองว่าเขาคนนั้นคือคนที่คุณต้องการ ไม่มีเขาฉันต้องตายวันตายพรุ่งแน่ๆ ไม่ใช่ขบวนการเหมาๆนะคะฉะนั้นอย่าเหมาเอาเองว่าเราคิดแบบนั้นแล้ว คนอื่นจะต้องคิดเช่นนั้นด้วย ความเหงาช่วยให้เราเข้าใจ “ความหมายของการมีความรัก” ต่างหาก เพราะใครที่เหงาบ่อยแสดงว่าคนๆนั้นขาดรักบ่อยๆ แต่คุณควรลองหมุนรอบตัวเองแล้วพินิจดูซิว่าเจอใครบ้าง อ้าว!!เหลียวซ้ายเจอพ่อ เหลียวขวาเจอแม่ เหลียวหน้าเจอเพื่อน เหลียวหลังยังเจอหมาเลย!! รอบตัวคุณมีทุกคนที่คุณรักได้ ฉะนั้นมีเยอะขนาดนี้จะไปลากเอาความเหงามาเป็นเพื่อนอีกทำไมค่ะ เลิกเหงา เลิกทุกข์ค่ะ

Case3: ทุกข์กับงาน
“งาน” คือสิ่งที่คนวัยตั้งแต่ 24 ขึ้นไปไขว่คว้าหาทำเพื่อเลี้ยงชีพตัวน้อยๆของตัวเอง ในบางรายต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งเสมือนเป็นหัวหน้าครอบครัวไปแบบไม่ตั้งใจ จึงต้องหาๆๆทำๆๆมันเข้าไปค่ะ เมื่อทำงานผิดพลาดหรือไม่ได้ดั่งใจ เจ้านายด่า ลูกค้าวีน ก็เลย “เครียด” ความเครียดนี่แหละค่ะคือความทุกข์จากการทำงาน ฉะนั้นเราอยากให้คุณคิดว่า “งานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต” มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตเท่านั้น และหากงานที่ทำอยู่ไม่ถูกใจ ไม่ชอบ ก็ให้พึงคิดเสมอว่า “ทำงานอะไรก็ไม่สำคัญเท่าทำงานอย่างไร” เพราะคุณเลือกงานไม่ได้ แต่เลือกที่จะสนุกกับมันได้ ลองเปลี่ยนวิธีคิดเป็นว่า “อยู่กับสิ่งที่เรามีให้ดีที่สุดและทำสิ่งที่เราทำให้ดีที่สุด แล้วความสุขจะตามมาเอง”


Case4: ทุกข์กับครอบครัว
ปัญหารอยร้าวในครอบครัวเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าจะรุนแรงแค่ไหนและรับมือได้แค่ไหน แต่ที่สำคัญในรอยร้าวนั้นๆควรมีใครคอยเป็นกาวประสานใจไว้อยู่เสมอ ซึ่งสำหรับความทุกข์ที่เกิดจากภายในครอบครัวเราเข้าใจว่ามันสิ่งที่บาดลึกและร้าวในใจได้ไม่ยาก ฉะนั้นการพูดคุยทำความเข้าใจกันสำคัญที่สุดค่ะ ยังไงครอบครัวก็คือครอบครัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะต้องยอมให้อภัยอยู่แล้ว และเมื่อการที่เราได้พูดคุย ระบายความในใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้และทำความเข้าใจก็จะทำให้ “ความทุกข์หายไป แต่ความรักมากขึ้น”

Case5: ทุกข์จากเพื่อน
ยิ่งคบเพื่อนมาก ก็ยิ่งเรื่องเยอะ จริงมั้ยล่ะค่ะ “ลิ้นกับฟันเป็นของคู่กัน แล้วทำไมเพื่อนคู่หูอย่างพวกคุณจะกัดกันไม่ได้” ทุกข์จากเพื่อนมีหลายแบบ แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็แล้วแต่ ถ้าคุณเลือกที่จะคบคนนี้แล้ว เขาก็คือเพื่อนคุณค่ะ ฉะนั้นเพื่อนกันมีอะไรก็บอกกัน ทั้งเรื่องดีก็บอก ยิ่งเรื่องไม่ดีก็ต้องยิ่งบอก ต้องเตือน คุณต้องคิดให้ได้ค่ะว่า “ไม่มีใครมาทำให้คุณทุกข์ได้ นอกจากตัวเอง” เพื่อนจะเป็นยังไงก็ช่าง จะทำเรื่องปวดหัวหรือทะเลาะกันจนปวดใจแค่ไหน แต่คุณก็ยังเป็นคนเดิม ไม่เห็นจะต้องทุกข์เพราะคนอื่นเลย แล้วยิ่งเป็นเพื่อนกันด้วยแล้ว ความสนิทใจที่เคยมีให้กันไม่น่าจะเอามาทำร้ายความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน คุณว่าจริงมั้ย? ดูอย่างสาวแบลร์กับสาวเซเรน่าใน Gossip Girl สิ แม้จะร้ายใส่กันขนาดไหนแต่ก็ให้อภัยกันอยู่ดีและสุดท้าย“เพื่อนก็คือเพื่อนและเพื่อนไม่ได้มีเอาไว้ให้ทุกข์ แต่มีเอาไว้ให้คลายทุกข์ค่ะ” จำเอาไว้


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก